Future of Thai Health

 

21167747_1684351614917162_6822969865785424029_o

Future of Thai Health (คปก.สัญจรครั้งที่ 6)

การเสวนา “Future of Thai Health” โดย รศ. ดร. นพ.ฉัตรชัย เหมือนประสาท วุฒิเมธีวิจัย สกว. คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, รศ. ดร.กรกนก อิงคนินันท์ เมธีวิจัย สกว. คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, ดร. นพ.ไตรรักษ์ พิสิษฐ์กุล เมธีวิจัย สกว. คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ดร. พญ.มณฑกา ธีรชัยสกุล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยการแพทย์แผนไทย ใน RGJ Seminar series 119 ณ มหาวิทยาลัยนเรศวร

วิทยากรได้มุ่งเน้นเรื่องการผลักดันให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลให้มากที่สุด ซึ่งครอบคลุมถึงการแพทย์ทางเลือกสำหรับสุขภาพคนไทยในอนาคต รวมถึงการพัฒนายาสำหรับโรคที่ยังไม่มียารักษาโดยเฉพาะ เช่น ท้องร่วง การใช้สมุนไพรหรือผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่มีในประเทศไทยเพื่อรักษาโรคและสมุนไพรเพื่อสังคมสูงวัย แนวทางในการพัฒนางานวิจัยและการนำไปใช้ประโยชน์ วิทยาการทางการแพทย์สมัยใหม่ เช่น สเต็มเซลล์ และการรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด ตลอดจนการวิจัยแบบเครือข่ายเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่มีประสิทธิภาพ

ดร. พญ.มณฑกากล่าวถึงแผนแม่บทแห่งชาติว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย ปี 2560-64 ประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ การส่งเสริมผลิตผลของสมุนไพรไทยที่มีศักยภาพตามความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ การพัฒนาอุตสาหกรรมและการตลาดสมุนไพรให้มีคุณภาพระดับสากล ส่งเสริมการใช้สมุนพรเพื่อการรักษาโรคและการสร้างเสริมสุขภาพ และสร้างความเข้มแข็งของการบริหารและนโยบายภาครัฐเพื่อการขับเคลื่อนสมุนไพรไทยอย่างยั่งยืน ทั้งนี้คณะกรรมการนโยบายสมุนไพรแห่งชาติมีมติเพิ่มงบประมาณเพื่อการวิจัยตาม(ร่าง)กรอบการลงทุน ได้แก่
– ด้านการวิจัย ร้อยละ 80 ประกอบด้วย การวิจัยเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์แห่งชาติ การวิจัยทางคลินิกเพื่อเป็นยารักษาโรสำคัญทางสาธารณสุข การควบคุมคุณภาพมาตรฐานและสารมาตรฐานเพื่อการวิเคราะห์ การวิจัยเพื่อส่งเสริมการรับประทานเป็นอาหารและการป้องกันโรค การเพิ่มหลักฐานเชิงประจักษ์สนับสนุนตำรับยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ พันธุ์พืชและการปลูก
– ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ร้อยละ 20 ประกอบด้วย การบริหารและขับเคลื่อนระบบวิจัย การจดสิทธิบัตร การขึ้นทะเบียน การลงทุนร่วมระหว่างรัฐและเอกชน การลงทุนสร้างคนเพื่อเป็นนักวิจัยและนักธุรกิจ/ภาคเอกชน การลงทุนด้านสถานที่และอุปกรณ์ทั้งห้องปฏิบัติการวิจัย ห้องปฏิบัติการวิจัย ทั้งนี้เพื่อให้เกิดยา อาหารเสริม อาหารและเครื่องดื่มจากสมุนไพรไทย

รศ. ดร. นพ.ฉัตรชัย ระบุว่าโรคบางอย่างที่บริษัทยาไม่สนใจแต่ยังมีผู้ป่วยอยู่ นักวิจัยจำเป็นต้องทำวิจัยเพื่อตอบปัญหาให้ได้ ยกตัวอย่างเช่น อหิวาตกโรค ซึ่งตนได้คิดค้นยาโดยเริ่มจากค้นหากลไกการเกิดโรคที่แม้จะค้นพบมา 30-40 ปีแล้ว แต่ในปัจจุบันมีสายพันธุ์ใหม่ที่รุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม และใช้หุ่นยนต์ในการศึกษาวิจัยพัฒนาและทดสอบหายารักษาที่ได้ผลในการรักษาโดยใช้สมุนไพรพริกไทยดำ เช่นเดียวกับ รศ. ดร.กรกนกที่ให้ความสนใจการพัฒนาสมุนไพรไทยเป็นผลิตภัณฑ์เวชสำอางเกี่ยวกับเส้นขน

ด้าน ดร. นพ.ไตรรักษ์ กล่าวว่า ปัจจุบันคนไทย 1 ใน 5 มีโอกาสเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง ขณะนี้ได้นำยามาทดสอบกับผู้ป่วยซึ่งเป็นมะเร็งในตำแหน่งที่ต้องการ โดยใช้เทคนิคคล้ายกับสเต็มเซลล์เพื่อให้เป็นโอกานอย ด้วยการผ่าตัดนำชิ้นส่วนเนื้อมาเลี้ยงเพื่อให้เกิดการเลียนแบบตัวเอง ในอนาคตผู้ป่วยจะมีอวาตาร์ของตัวเอง ซึ่งแนวคิดจะคล้ายกับการรักษาโรคติดเชื้อ รวมถึงนำยาตำรับไทยมาร่วมทดสอบ ทำให้สามารถค้นพบยาที่เหมาะสมกับโรคได้ดียิ่งขึ้น ขณะนี้มีบริษัทของประเทศสิงคโปร์ให้บริการนำเซลล์ของผู้ป่วยมารับเลี้ยงเชื้อ นับเป็นตลาดในอนาคตหากเราสามารถผลิตโกรทแฟคเตอร์ได้เอง